สุภาพชน คนเดินทาง

posted on 06 Dec 2006 22:13 by photographs

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2549
.
.
วันนี้คุยกันกับแม่ว่าจะไปแถราชดำเนิน ไปหาอะไรกิน
ข้าพเจ้าตื่นตอน7โมงเช้า เพื่อลุกมาปิดคอมที่โหลดหนังเอาไว้ตั้งเเต่คืนก่อน
โหลดเสร์จเเล้ว Complete..
เป็นหนังที่ใช้เวลาโหลดยาวนานถึง2วันเนื่องจากเน็ตบ้านข้าพเจ้า เต่าอย่างรุนเเรง


The 4400 season3 episode. Fifty Fifty
ว่าด้วยเรื่องราวของคน4400คนที่หายไปอย่างลึกลับในเวลาที่ต่างกัน
เเละกลับมาหลังจากนั้นอีก3ปีให้หลัง พร้อมกับความสามารถพิเศษ
ที่ออกจะเหนือธรรมชาติไปบ้างจิงๆก็ไม่ใช่เเค่"ไปบ้าง"หรอก
Supernatural ของจิงเลยหล่ะ

นิยายวิทยาศาสตร์ กำลังครอบงำตัวข้าพเจ้า...

11.00 ตื่นนอนอย่างเต็มตา ตะเกียกตะกายเช้าห้องน้ำ
ล้างหน้า เเปรงฟัน ดันนม(?)
กลับเข้าห้อง เปิดดูหนังที่โหลดไว้ มันเป็นซีรี่หน่ะ

หนังเล่นไปไม่ถึง20นาที มารดาข้าพเจ้าก็เข้ามาพร้อมคำพูดลอยๆเชิงชี้ชวน
"เด๋วเเม่ออกไปซื้อของเเป็บ เเล้วจะไปหาไรกิน"
นั่นไง หาไรกิน อืมม ดีจิงๆเชียว
เช้าวันอาทิตย์ นิยายวิทยาศาสตร์ และของกิน

อืมข้าพเจ้านอนดูจบจบตอนกินเวลาไป45นาทีเสดๆ
จากนั้นจึ้งรีบเข้าไปอาบน้ำเเต่งตัว
เตรียมรอ ผู้ปกครองมารับไปเเดกข้าว 5555
รอ รอ รอ และรอ ยังไม่มา
รอ
รอ
จนน้องข้าพเจ้าผลอยหลับก็ยังไม่มา นี่ก็บ่าย2เเล้วมั้ง
ข้าพเจ้ากริ้วเป็นอย่างมาก ทำตัวเป็นลูกที่ดี
.
.
โทรไปโวยวาย
"เมื่อไหร่จะมา หนูรอนานเเล้วนะ หิวเเล้วนะ!!"
"อ้าวหรอ ก็เนี่ย เเม่กินข้าวอยู่!!"
แป่ว!!! สรุปเมื่อเช้าไม่ได้ชวนกูหรอ อ้าว เวรกรรม
"อ้าว ได้ไงอะ หนูรออะ ยังไม่ได้กินข้าวเลย น้องก็รอจนหลับไปเเล้วเนี่ย"
"เอ้า เออๆ เด๋วให้พ่อขับรถไปรับออกมากิน อย่าเเถวๆนี้เเหละ" ="=

โหดร้าย โหดร้ายยิ่งนัก
เมื่อพ่อข้าพเจ้ามาถึง ก็รีบออกจากบ้านเพื่อไปกินข้าว พอถึงร้านเท่านั้นเเหละ
ซัด กันเลยทีเดียว
หิวว้อยยยย!!!!

อิ่มท้องจากอาหารคาว

จึงเริ่มอยากอาหารหวานต่อ
เนื่องด้วยวันนั้นเป็นวันเกิดไอเเป้งน้องในกระเพาะของข้าพเจ้า
จึงได้อานิสงไปซื้อเค้กกับมัน พร้อมบงการเสร็จสรรพ
" เอาบัตเตอร์นะเว้ย ไม่เอาเลเยอ เเม่งหวานเกิ๊น"
หึๆ ได้เค้กมา2ปอน เก็บไว้ก่อน ไปหาอย่างอื่นกระเเทกปากต่อ


วันนี้อากาศเหมือนจะดี แต่ฝนก็ตก สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง
"ฝน" ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป หากเป็นเวลาว่างอยู่บ้านติดเเม่น้ำ "ฝน"ก็คงจะเหมือน
การนั่งฟังดนตรีคลาสสิกในโรงมหรสพเลยทีเดียว (โห คมเว้ย คม บาดกันตายรึยังหล่ะ!!)
เเต่ในวันนั้น มันทำให้อารมณ์ของข้าพเจ้าขุ่นมัวเป็นพิเศษ
ระหว่างทางอยู่ในรถ ครึ้มอกครึ้มใจ สมองเริ่มกลั่นกรองกระบวนการชั่วร้าย
คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ความเงียบช่างทำให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงจิงๆ
ในหัวคิดวกวนวนเวียนอยู่เเต่เรื่องไม่จีรังเเละไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่
รังเเต่จะทำให้จิตใจมืดดำลงกว่าเก่า ข้าพเจ้าคิดอะไรไม่ดีๆตั้งหลายอย่าง
ไม่ดีเลยหล่ะ หากเล่าในนี้ พวกท่านๆคงเกลียดข้าเเน่ๆ
เพราะงั้น ไม่เล่า!

ระหว่างที่ตัวมืดในใจของข้าพเจ้ากำลังจะกัดกินเศษเสี้ยวความเป็นคน(ดีดี)ลงไปเสียหมด
รถก็มาจอดตรงข้ามร้านมนต์ นมสด


เย้ๆๆๆ ลาภปากอีกเเล้ว ข้าพเจ้าเดินลิ่วนำหน้าบิดามารดาเเละน้องๆ
เข้าไปจองโต๊ะ....... มีที่สำหรับ5คนพอดี
วันนี้อากาศเย็นๆ ข้าพเจ้าอยากกินสังขยาสีส้มเป็นพิเศษ
สังขยาอุ่นๆกับอากาศชื้นๆข้างนอกร้าน คงจะเข้ากันไม่ใช่น้อย
กินๆ
กินเเละกิน พ่อข้าพเจ้ากินเยอะมากกก กินไปประมาน3เเผ่น คนเดียว เดินสั่งหลายรอบ
คงเพราะเค้าไม่ได้มากินนานเเล้ว ผิดจากตัวข้าพเจ้าที่มาได้เป็นว่าเล่นเมื่อมีโอกาส
ถึงไม่มีโอกาส กูก็จะมา มีอะไรมั้ย!! (เฮ้ย หลุดคอนเซปหว่ะ วันนี้โหมด สุภาพชน)

กินเสร็จ เกิดอาการ เอียน อย่างที่เคยๆเป็นมา ลองคิดดู
สังขยายหวานๆ เเล้วยังตามด้วยนมหวาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็กินข้าวมาเเล้ว
ข้าพเจ้าเดินไปเข้าห้องน้ำ อ้อ ขอนิดนึง หลังจากที่ร้านมนต์ต่อเติมร้านมาได้ซักน่าจะเกือบปีเเล้วนา
ข้าพเจ้ายังไม่หายสงสัยว่า เเล้วทำไม ไม่เพิ่มห้องน้ำ หรืออย่างน้อย
กรุณาใส่กระดาษทิชชู่ในห้องให้ด้วยจะได้หรือไม่?

พอข้าพเจ้าเดินออกมา ก็พบว่าโต๊ะตัวเดิมมีคนอื่นนั่งเเทนที่ไปเสียเเล้ว
อ้าว พ่อเเม่ หายไป.........................ไหน(วะ)
เอ คงจะไปซื้อโจ๊ก
อืม
ใช่จิงๆด้วย

เเม่ข้าพเจ้ากำลังพูดคุยกับป้าขายโจ๊กข้างร้านมนต์ ราวกับเจรจาซื้อขายหุ้น
"หุ้นตัวนี้ราคาคงตกน่าดู น่าจะเทลงหม้อให้หมด เอานิ่มๆเละๆนะป้า"
"อืม เเต่ป้าว่าเนื้อเหนียวนุ่ม คงเป็นที่นิยมมากกว่าในตลาดหลักทรัพย์!!"

อืมเอาเข้าไป จินตนาการเลิศล้ำวิทยายุทธ ดิวเอ้ยย
"ป้าเอาโจ๊กใส่ไข่ เเยกหมูเเยกผัก3ชุด เอานิ่มๆนะ"
"จ๊ะๆ เเต่ป้าว่า ไม่ต้องนิ่มมากก็ดีนะ หนูจะเอาไว้ทานพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ"
"อืมใช่ งั้นเอางั้นก็ได้"

เออ เนี่ยเเหละ โลกความเป็นจริง!!

ซื้อเสร็จ 6โมงได้เเล้วกระมัง พ่อข้าพเจ้าจึงออกรถพาไปถนนราชดำเนิน

เพื่อไปติดเเหงกอยู่เเถวนั้น
เพื่อไปนั่งทนอาการปวดที่ปลายท่อปัสวะ
เพื่อเป็นการเสี่ยงถึง38.02% จากการเป็นนิ่ว
เฮ้ออออ เเต่ข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับหล่ะ

ว่า ช่วงนี้ของทุกปี ถนนราชดำเนินจะดูสวยกว่าปกติ

กลับถึงบ้านราว3ทุ่ม น้องของข้าพเจ้ารีบไปหาเทียนเเละเอาเค้กของมันมาปักๆๆ
รอจนครบทุกคนจึงเริ่มร้องเพลง เเฮ้ปปี้เบิทเดย์
ทำไมถึงต้องเเฮ้ปปี้เบิดเดย์ ทำไมไม่ เเซดลี่เบิทเดย์ ข้าพเจ้ายังสงสัยอยู่จนทุกวันนี้
วันเกิดคือวันที่โผล่ออกมาเเล้วเเหกปากร้องลั่นราวกับฟ้าจะภล่มไม่ใช่หรือ
อ้อ ข้าพเจ้ารู้เเล้ว จิงๆ วันนี้น่าจะฉลองให้เเม่ มากกว่านะ คนที่เเฮ้ปปี้จิงๆ นั่นคือ เเม่ ไม่ใช่หรือ
น่าคิด น่าคิด

เสียงเพลงไม่เป็นจังหวะ ร้องขาดเป็นท่อนๆ
ทำให้ข้าพเจ้าหวนลำรึกถึงเมื่อวันที่ยังซื้อเค้กวันเกิดอยู่
จิงๆ ข้าพเจ้าไม่ได้เป่าเค้กมาหลายปีเเล้ว หมายถึงกับครอบครัวหน่ะนะ
เเต่ก็มีความสุขดีเมื่อวันเกิดเมื่อต้นปี ใช่ เมื่อต้นปี ข้าพเจ้าเกิดเดือนมกรา
นั่นทำให้ ข้าพเจ้ารู้สึกเเตกต่างจากคนอื่นๆเล็กน้อย
รูมเมทเซอไพรซข้าพเจ้าด้วยเค้กวันเกิด
โดยที่พวกมันเเกล้งหลับตอนที่ข้าพเจ้าเดินขึ้นหอมา
กำลังอาบน้ำ พวก(เเม่ง) ขังข้าพเจ้าไว้นอกระเบียง(ห้องน้ำอยู่นอกระเบียง)
ข้าพเจ้าก็กลัวผีชิบหาย เนื่องจากห้องข้าพเจ้าหันหน้าไปยังหอ9
ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องผีดุ ตอนนั้นก็ราวตี2เเล้ว
กว่าจะเข้าห้องกะจะด่าให้เปิง เเต่คำด่าก็ถูกกลืนลงคอหมด
ถูกกลบด้วยเสียงเพลง Happy birthday
ข้าพเจ้าคิดถึงเวลานั้นจิงๆ

ท่านใด อ่านมาถึงตรงนี้เเล้ว อย่าได้หลงระเริงคิดว่าจบเเล้ว
ป่าวเลย นี่พึ่งวันเเรก หนทางยังอีกยาวไกล
ท่านลองนับนิ้วดูสิ ตั้งเเต่วันที่3 จนถึงวันนี้ นั่นมันกี่วันเข้าไปเเล้ว
นั่นเเหละ คือเรื่องราวที่ข้าพเจ้าจะเล่าทั้งหมด

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม 2549
เเรกเลยเพื่อนสาวนางหนึ่งนัดข้าพเจ้าว่าจะมาหาที่บ้านเพื่อการใดสักอย่าง
เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ
เเต่เเล้วอยู่ดีๆ เเม่ก็เข้ามาตอนสัก7โมงเช้าบอกว่าจะไปเขาค้อ ให้นอนต่ออีก1ชั่วโมง
เเล้วลงไปเก็บกระเป๋าด้วย
ประสาทรับรู้ยังตึงๆ เเต่ก็พอรู้เรื่อง สิ่งเเรกคือโทรศัพไปบอกกับเพื่อนสาวว่าคงมาไม่ได้เเล้วหล่ะ
สิ่งที่2คือ นอนต่อ...
8โมงเช้า เเม่ขึ้นมาเรียกอีกครั้ง
เป็นธรรมดาเมื่อมีเสียงเรียกครั้งเเรก ปฎิกิริยาตอบรับมักจะเป็นในเเบบเงียบกริบ
ได้ยินก็เเกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน อย่างน้อยซื้อเวลางีบต่อได้อีก5นาทีก็ยังดี
ข้าพเจ้าต่อสู้กับความง่วงไปประมาณ10นาทีกว่าๆก็ลุกขึ้นเข้าห้องน้ำอาบน้ำอาบท่า
เเล้วลงไปเก็บกระเป๋า เสื้อผ้าคราวนี้ เน้น หนาเเละเเขนยาว
เนื่องจากบนเขาค้อ อากาศเย็นกว่ากรุงเทพหลายเท่าตัวนัก
ครั้งก่อนที่ไป ข้าพเจ้าไม่รู้เลยว่ามันจะหนาว
ข้าพเจ้าสวมเพียงเสื้อกล้ามเเละกางเกงขาสั้น ยังดีที่มีเสื้อคลุมไปด้วย1ตัว ไม่เช่นนั้นเเล้ว
เขาค้อ คงไม่ใช่ที่ที่ข้าพเจ้าชอบนัก

ไปกันหมดบ้าน เเม้เเต่ลูกชายคนเล็กของเเม่ก็ไปกับเค้าด้วย ไอน้ำตาลนั่นเอง

เก่งป่าววว

ดูมันเสะ!!


ดูมันจะดีใจยกใหญ่ที่ได้นั่งรถไปด้วย
เเต่ก็ออกจะดูประหม่าไปนิดเนื่องจากว่าไม่เคยนั่งรถระยะทางใกลๆขนาดนี้
เวลานี้น้ำตาลกำลังตัวสั่น หลุกหลิก รอกเเรก เดินไปเดินมาในรถไม่หยุด
เมื่อไดก็ตามที่เเวะจอดที่ปั๊ม แลเวเเม่ลงไปเข้าห้องน้ำ มันจะทำท่าเหมือนเด็กถูกทิ้ง
ส่งเสียงครางอย่างน่าหดหู่ ใช่หดหู่ ทุกครั้งเลยด้วย
ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่ามันจะกลัวอะไรนักหนา คงกลัวว่าจะโดนเเม่ทิ้ง!!
พอถึงที่พัก ซึ่งก็คือที่เดิมกับที่ไปคราวที่เเล้ว ต่างกันตรงที่ คราวนี้
เราเลือกที่จะนอน เต้นท์ กัน
ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เย็นวันนั้น อากาศเย็นมาก เดาว่าน่าจะซัก15องศาเห็นจะได้
ลมพัดเเรงกว่าปกติ ลมปะทะกับเต้นท์ดังพรึบๆทั้งคืน ราวกับว่าจะมีพายุ

นี่คือเต้นท์ ใหญ่นะ

ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มเข้าใจหัวอก ของผู้เฒ่าผู้เเก่ ในรายการวงเวียนชีวิต
นี่เเค่ลม ลองคิดว่าฝนตกสิ จะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าบอกเเล้ว
ว่าฝนมีทั้งดีเเละไม่ได้ สำหรับ หญิงเเก่ที่ข้าพเจ้าบอก ท่านลองคิดดูสิ
ว่าเสียงฝนกับเสียงหยดน้ำที่พรั่งพรูลงมาไม่ขาดสายจากหลังคาบ้านตัวเอง
คงจะไม่ไพเราะเหมือนเสียงดนตรีในโรงมหรสพ นักหรอก!!

เอาเป็นว่าข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับเสียงที่โหมกระพือจนเต้นท์เเทบปลิวสักเท่าไร
ข้าพเจ้าพกหนังสือไป1เล่ม ซึ่งสนุกมาก เป็นนิยายนักสืบ A Myron Bolitar Novel
สำหรับตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่านี่ไม่ใช่เเค่หนังสืออ่านเล่นเพื่อฆ่าเวลาตอนนอนไม่หลับ
ไม่ใช่เลย ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ หนังสือชุดนี้(ต้องเปนชุดมันมีหลายเล่ม)
สนุกเหมือนกับดูหนัง ข้าพเจ้าหลงรักตัวละครเอกเข้าอย่างจัง
ชอบจิงๆ ชอบเหมือนชอบดาราคนนึงเลยนะ ไม่ใช่ธรรมดา 555
ท่านๆคงเข้าใจว่าข้าพเจ้าประสาทใช่มั้ย อืม อาจจะคิดถูกส่วนนึง
เเต่ความจิงเเล้วข้าะเจ้าเป็นคนประสาทที่เอาจริงเอาจังชอบอะไรก็ทุ่มสุดตัวต่างหาก
เพื่อนข้าพเจ้าคงเข้าใจดี

ข้าพเจ้านอนอ่านๆๆๆๆ อย่างมันลูกกตา จนสักตี4 ถึงจะปิดไฟนอนหลับ
ตื่นตอนเช้าเพราะความรู้สึกร้อนที่ปลายเท้า แดดออกเเล้ว
ความเย็นเมื่อคืนเริ่มหายไป เหมือนว่ามันเป็นเเค่ฝัน
ในเมื่อมันหนาวซะขนาดนั้นเเล้วตอนนี้มันหายไปไหนหมด
อุณหภูมิเริ่มกัลบมาปกติอีกครั้งเเต่ก็ปกติเเบบบนเขาตอนกลางวันซึ่งก็คือไม่ร้อน
อากาศกำลังสบายๆ ข้าพเจ้ารีบไปห้องน้ำซึ่งเปนห้องน้ำที่ใช้รวม
แต่เเบ่งเป็นห้องๆนะ สะอาดสะอ้านดี

อ้อ ขอเล่นาทีที่มาถึงที่นี่อีกครั้ง ก่อนที่จะได้ยกของลง
สิ่งเเรกที่ยกลงมาก็คือสุนัขนามว่าน้ำตาลนั่นเอง
พอเท้าทั้ง4ข้างเเตะกับพื้นได้ มันก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต น้ำตาลเป็นหมาที่อยู่เเต่ในบ้าน
ไม่ค่อยได้สัมผัสพื้นหญ้าโล่งกว่างสักเท่าไหร่
พอมาเจอที่นี่ ข้าพเจ้าเข้าใจมันทันทีว่าอิสระมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด
ข้าอยากให้พวกท่านหลายคนได้เห็นภาพนี้จัง น้ำตาลวิ่งๆๆๆ กระโดด สุดขา วิ่งสุดเเรง ข้าขอบอกว่า
ตั้งเเต่เลี้ยงมันมา ไม่เคยเห็นมันมีความสุขขนาดนี้มาก่อน ท่านรู้มั้ยว่าภาพที่มันวิ่งๆๆ
เหมือนกับเด็กๆเจอบ่อทราย เกือบทำให้ข้าพเจ้าต้องร้องไห้ ไม่รู้สิ
เเต่ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจไปกับมันอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่า ในเวลานั้น
ข้าพเจ้ากับมันคงจะสื่อสารกันรู้เรื่อง
หมา มันก็ยิ้มได้นะ นาทีนั้นข้าพเจ้าเห็นเลยว่ามันรู้สึกดีขนาดไหน
ไม่มีใครยินดีที่ต้องอยู่ในกรอบหรือในกรง หรอกน่า!!

ไม่นานนักมันก็เหนื่อยวิ่งมานั่งหอบฮั่กๆๆ เห็นเเล้วก็อดยิ้มไม่ได้
ข้าพเจ้าดีใจที่อย่างน้อยๆ การมาเที่ยวพักผ่อนธรรมดาๆของครอบครัว
ก็สามารถทำให้สมาชิกตัวเล็กๆ1ตัว มีความสุขได้ถึงขนาดนี้
ข้าจัดว่าการไปต่างจังหวัดครั้งนี้มีความสุขมากครั้งนึงเลยก็ว่าได้
เพียงเพราะหมามันมีความสุข มันก็ทำให้มนุษย์ทั้ง6คนที่เหลือ
อิ่มใจไปกับมันด้วย......

เอาหล่ะ กลับมา ถึงวันรุ่งขึ้นกันต่อ

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2549
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ข้าพเจ้าก็กลับมานั่งอ่านหนังสือต่อ จนจบ
ท่านๆเคยมีความรู้สึกแบบนี้มั้ย หนังสือสนุกมาก อยากรู้ตอนจบ
เเต่ก็ไม่อยากให้มันจบ ท่านจะอาลัยอาวร ค่อยๆอ่าน5หน้าสุดท้าย
ทีละบรรทัด หรือไม่ก็ทำเป็นไม่อ่าน เก็บเอาไว้ก่อน
ประวิงเวลา ก่อนมันจะจบ นั่นเเหละที่ข้าพเจ้าบอกว่าหนังสือมันสนุกจิงๆ

กว่าเราจะออกจากที่พักก็เกือบเที่ยงเเล้วอากาศยังสดชื่นเหมือนเดิม
สูดเข้าให้เต็มปอด รีบเก็บตุนอากาศดีๆ ก่อนเข้ากรุงเทพ
อ้อ ขอเเนะทริกดีๆ การนอนกลางสนามหญ้า เงยหน้ามองท้องฟ้า
โล่งๆ ตอนเช้า จะรู้สึกดีกว่าตอนเย็นนะ ข้าพเจ้าชอบท้องฟ้าตอนเช้าๆ
ให้นอนมองมันตลอดช่วงเช้าก็ยังได้ มันทำให้จิตใจสงบอย่างไม่น่าเชื่อ
นี่ไม่ใช่การเขียนเพื่อเสเเสร้งสร้างภาพให้ดูดีเเต่อย่างใด หากเเต่ข้าพเจ้ารู้สึกอย่างนั้นจิงๆ
ท่านลองทำดูสิ เเล้วเอาผลที่ได้มาบอกข้าพเจ้าหน่อยว่ามันดีจริงมั้ย?
ก่อนขึ้นรถ เปิดโอกาสให้น้ำตาลวิ่งๆๆๆๆๆ สั่งลาที่พัก มันวิ่งไปทุกทีจริงๆ
น่าเเปลกที่มันไม่ยักกลัวว่าจะตก หรือจะล้ม หรือเเม้เเต่กลัวคนที่นั่น

ขึ้นรถออกเดินทาง เเวะที่นั่นที่นี่นิดหน่อย
ช่วงที่ลงจากเขา พ่อก็ปิดเเอร์ เปิดกระจก ข้าพเจ้าปล่อยให้ลมตีหน้าให้มันพัดหัวจนกระเซิง
ค่อยๆสูดอากาศสดชื่นทีละน้อยๆเเม้เเต่ไอน้ำตาลก็ยังอดอิจฉาไม่ได้
ต้องมาตะเเง้วๆๆ เอาขาหน้ามาสะกิดๆให้อุ้มมันเพื่อจะได้เอาหน้าโผล่ออกไปนอกหน้าต่าง
ข้าพเจ้าเห็นหมาหลายตัวชอบทำอย่างงี้ มันชอบให้ลมปะทะกับหน้าจนขนปลิว
วุ่นวาย ดูๆเเล้วเหมือนโฆษณาพัดลมยี่ห้อดังที่เป่าหมาจนหน้าย่นยู่ยี้

ระยะทางจาเพชรบูรณ์ถึงกรุงเทพ ใกลเอาเรื่องเหมือนกัน
เเถมวันนั้นยังเปนวันที่5 คนคงกลับจากต่างจังหวัด ทำให้ช่วงที่อยู่เเถวๆอยุธยา รถติดเป็นบ้า
ปั๊มน้ำมันใหญ่ๆข้างทางดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนขับเเละผู้โดยสาร
ซึ่งสมัยนี้ มีทุกอย่าง ทั้งข้าว ขนม กาแฟ หรือเเม้เเต่ที่นวดเเผนโบราณ อืมม การตลาดดีจิงๆ
กว่าจะถึงบ้านก็ราว3ทุ่มกว่าๆได้

สิ่งเเรกที่เหนคือไฟบนบ้านเปิด ทั้งพ่อ ทั้งเเม่ ตาลีตาเหลือกกันยกใหญ่
นึกว่าโจรเข้าบ้าน(เพื่อเปิดไฟเนี่ยนะ!!) จิงๆเเล้วลืมปิดกันก่อนไปต่างหาก
ข้าพเจ้ารีบขึ้นห้องเเล้วหยิบหนังสือ ชุดเดิมเล่มใหม่ออกมาอ่าน ฮ้าาา เล่มสุดท้ายเเล้วสิ
หมายถึงเล่มสุดท้ายที่วางขายเเล้วตอนนี้หน่ะนะ
เมื่อคืนข้าพเจ้านอนอ่านจนสักตี2 ความง่วงก็ฉกเอาสติไปตอนไหนก็ยังไม่รู้....
.
.
..
วันพุทธที่ 6 ธันวาคม 2549
จิงๆเเล้ววันนี้ มีจับสายเทค ภาคบริหารที่มหาลัย เเต่ข้าพเจ้าไม่ไปหรอก เสียเวลา
วันนี้เป็นอีกวันที่ไม่อยากพบใคร ข้าพเจ้าเลือกที่จะมีความสุขอยู่คนเดียวคงจะดีกว่า
ตื่น12.00 เที่ยงตรง รีบอาบน้ำเเต่งตัวเนื่องมาจาก จะไปดูหนัง
วันนี้ชุดลำลองมาก มากๆ ขาสั้นเสื้อยืด เพราะไปดูที่ "โรงภาพยนตร์ใกล้บ้าน"
อืม ข้าพเจ้าตะขิดตะขวงใจกับคำนี้มานานเเล้ว โรงภาพยนต์ใกล้บ้านท่าน
คนเขียนโฆษณารู้ได้ยังไง ว่าบ้านท่านอยู่ใกล้โรงภาพยนตร์??

เฮ้อออ ช่างมันเถอะ ทัศนคติของข้าพเจ้ามันเริ่มพันกันยุ่งซะเเล้ว
วันนี้ข้าพเจ้าตั้งใจไปดู The Butterfly Effect2
จิงๆเเล้วตั้งใจดูหลายเรื่องเเต่ตื่นซะป่านนี้เเล้ว คงดูได้เเค่เรื่องเดียว
ไปถึงโรงหนังประมาณ บ่าย2 จองหนังรอบ4โมงเย็น มันเหลืออยู่เเค่นี้หน่ะ
ทำอะไรดี กับเวลา2ชั่วโมง "กิน" ดูจะเป็นคำตอบที่เข้าท่าที่สุด
ข้าพเจ้ามักจะมีความสุขเมื่อได้ไปเดินห้างคนเดียวเสมอ ดูหนัง กินข้าว ซื้อกาตูน ซื้อหนังสือ
วันนี้เลือกฟูจิเเล้วกัน เพื่อสุขภาพเลยสั่ง ข้าวหน้าหมูทอดราดซอสกับไข่หวานย่าง(สุขภาพเสียอะเสะ)
เเล้วก็อะไรอีกอย่างจำชื่อมันไม่ได้
เวลามากินอาหารญี่ปุ่นคนเดียว คุณจะกินไม่หมดหรอก เเต่ก็จะสั่งๆๆๆๆ เพื่อความสุขอีกนั่นเเหละ
กินทุกอย่างที่อยากกิน อย่างละนิดหน่อย เเม้ว่าจะไปดูหนังเเต่ก็ยังมิวายหยิบหนังสือไปอ่านด้วย
อืมม ก็ไม่อยากเสียเวลาตอนอยู่ว่างๆนี่นา....
กินไปอ่านไป ทำตัวกระเเดะ กินๆอ่านๆ ดูกระเเดะใช้ได้
อันนี้เนื่องจากว่าข้าพเจ้าเคยเห็นผู้หญิงคนนึงนั่งกินข้าวคนเดียวเเล้วมือนึงก็ถือหนังสือ
ในใจข้าพเจ้าก็ได้เเต่ด่าว่า กระเเดะ เเ-ง แดกข้าวยังจะอ่านอีก
เเละเเล้ก็กลืนน้ำลายตัวเอง กินข้าวคนเดียว นั่งอ่านหนังสือในฟูจิ
อ้อ ข้าพเจ้าพกเสื้อเเขนยาวมาด้วย เหมือนกับจะมาปิกนิดเลยเนี่ย
เพราะรู้ว่าในโรงหนังจะเหมือนนรกมากเวลาดูคนเดียว มันจะหนาว(ชิบ)หายย
กินเสร์จก็เกือบ4โมงเเล้ว ไปกินอันตี้เเอนต่อ
หลังจากนั้นก็เข้าร้านดอกหญ้าได้หนังสือมาอีก1เล่ม
พร้อมกับด่าตัวเองในใจว่า จะซื้อไปจุดไฟเผาตัวเองรึไง
ที่บ้านก็มีที่ยังไม่ได้อ่านเเทบจะยัดสะดือมึงตายอยู่เเล้ว!!

รูปและเรื่องไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น แค่อยากใส่รูป(ตัวเอง)

เข้าดูหนัง อ้อ ขอบอกก่อนว่า หนังเรื่องนี้มันเข้าจำกัดโรง เพียงไม่กี่โรง
เเล้วที่เลือกมาดูที่นี่เพราะเปนที่เดียวในระเเวกบ้านที่มันเข้า
เข้าไปในโรงหนัง ใช่.. มันหนาวจิงๆ ดูไตเติ้ลจนจบก็ลุกขึ้นยืนถวายทาม เทารพ อื้อ ไม่ได้พิมผิด
ถวายทาม เทารพ!! สำเนียงภาคใต้ของเด็กในเพลงยังอยู่ในหัวอยู่เลย น่ารักดีนะ
โรงหนังของเมเจอจะเป็นเพลงสรรเสริญตัวนี้ ลองไปฟังให้ชัดๆกันได้ น่ารักดี
เเล้วเมื่อยืนขึ้น ก็ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักได้ว่า ทั้งโรงหนังมีคนดูเพียง8 คน ไม่ขาดไม่เกิน
นับได้อย่างรวดเร็วเป็นเพราะเเต่ละคน มาคนเดียวเเล้ว
นั่งห่างกันที่เว้นที่อย่างกับว่าคนขายตั๋วจัดที่ให้อย่างงั้น

น่าตลกดี มาเจอคนที่มีอุดมการดูหนังคนเดียวเหมือนกัน ทั้งโรงเลย 55555 ทั้งโรงจิงๆ
นี่ถ้าถ่ายรูปในโรงหนังไม่ถูกปรับเเล้วถูกจัยหล่ะก็จะถ่ายรูปมาให้ดู เเต่ละคนหันมองกันเอง
สงสัยคงจะอยากเดินเข้ามานั่งเป็นกลุ่มๆเเล้วเริ่มเเนะนำตัวทีละคน 55555

วันนี้เริ่มสังเกตเห็นหนังวันครสมาส ประมาณว่า เเซนตาคลอส สุขสันต์ ทำนองนั้น
ถามว่ารู้มั้ยว่ามันเป็นหนังเด็ก อืม ก็รู้ เเต่มันจะรู้สึกดีมากๆ
ตอนที่คุณดูหนังเด็กๆพวกนี้ตอนช่วงปลายเดือนธันวา
รอก่อน ซานต้า ข้าพเจ้าไม่พลาดเเน่

นี่เเค่ต้นเดือนธันวา เเต่ความสุขทุกมวลอากาศเหมือนปีที่เเล้วๆเริ่มมาเยือนอีกเเล้ว
ข้าพเจ้ารักเดือนนี้เป็นพิเศษ คนเค้าบอกว่าความสุขจับต้องไม่ได้
เเต่ตัวข้าพเจ้าว่านะ ความสุขมันมีกลิ่น!! กลิ่นที่ดีนะ ไม่ใช่กลิ่นเหม็น
เหมือนว่าช่วงที่ใกล้คริสมาส อากาศมันจะมีกลิ่นเย็นๆ ดูนิ่งๆชอบกล ชอบช่วงนี้จิงๆ
ตามห้างเริ่มเปิดเพลงคริสมาสเเล้ว ปีนี้จะต้องซื้ออัลบัมเพลงคริสมาสมาเปิดให้ได้
เคยจะซื้อหลายทีเเต่ก็ไม่ได้ซื้อ คราวนี้จะซื้อเเล้วจะเปิดฟังคนเดียวทั้งวัน
คอยดูสิ....

ไม่ขอวิจารณ์หนัง เอาเป็นว่า วันนี้ก็มีความสุขดี
อารมดีพอที่จะกลับมานั่งเขียนซะยาวเหยียดขนาดนี้ได้

Ps.- ใครอ่านตั้งเเต่ต้นจนจบ ทางเราก็ขอประกาศว่า
คุณคือเเช้มเปี่ยนนนนนนนนนนนนนนนนน
- เเต่หากไม่อ่านเลยเเล้วมาอ่านเเค่ตรงพีเอส นี่ก็ ไม่ต้องคอมเม้น ไปตายซะ.....นะคะ
- สุดท้าย ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะฮ้าาาาาาาาา






edit @ 2006/12/06 22:21:14

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ท่าทางจะเป็นครอบครัวสุขสันต์นะคะ

#1 By นาฬิกาทราย on 2006-12-06 22:20

เฮ้ย ดิว เอารูปตัวเองให้ดูหน่อยเดะ

ได้ข่าว่าผอม กะตัดผม

#2 By Eami on 2006-12-06 22:53

กรูเป็นแชมป์เปี้ยนด้วยนะค่ะ !!!!!!!!!!!!!!

เชื่อกรูนะว่าน้องมึงอะ โตแล้วสวย เหมือนกรู กรูรับประกัน 555++

กรูก็ชอบเดือนนี้เหมือนกานมานแบบว่าเป็นเดือนที่สบายๆๆอะ

ไม่กดดันเหมือนทุกเดือน ไม่รู้อะติดงี้อะ. . .??

เพราะมานเหมือนแบบว่าเดือนหน้ามานปีใหม่ เราได้มีเวลาคิดไง

จะทำไรดีปีหน้า . . คิดจนสิ้นเดือนเลย วิ๊ว วิ๊ว

Ps``ฉันละเธอที่จริงเรารักกัน . . .เพราะๆๆ ฟังง







#3 By Pang` (58.8.169.140) on 2006-12-07 00:03

ดวงใจฉันรักเธอ ดวงใจฉันรักเธอ~~~~~

ใอบ้า ใอบี๊ ใอโบ้ ใอเบ๊ . . .

กรูชอบหุ่น โป๊โยคีย์เพลย์บอยยยยยยยยย

แมร่งเท่ห์สัดห่าลากกกกกกกกกกกก

Ps`Take Care Ja !!

#4 By Pang`@gain (58.8.169.140) on 2006-12-07 00:05

เออลืมบอกไป ``

อย่าบังอาปิ๊ อย่าบังอาปิ๊

#5 By Pang`@gain @gain (58.8.169.140) on 2006-12-07 00:07

เด๋วเย็นนี้กูกลับมาอ่านนะ
พอดีแวะมาทำธุระหน่ะ
เด๋วต้องไปเรียนแระ
คิดถึงแม่มึงอ่ะ

#6 By blessing on 2006-12-07 06:50

We'r da champion ka -*-....แด่ คนที่เม้นท์ทั้งหมด โหะๆ กุอ่านจบว่ะค่ะอิดิว อิจฉาว่ะ อยากไปเที่ยวบ้างงง เหอๆ น้ำตาลดูมีความสุขแท้

เอ่อ ไอ่คำคมแกอ่ะ บาดเลือดซิบเลยทีเดียว เรื่องดูหนังไม่ได้ดูหนังนานแล้วว่ะ ตั้งแต่ X-men แต่เสาร์นี้จะดูแล้ว หนังผี บรื้อ - -"

เปิดขึ้นไปอีกรอบ ไดแก คือ มหากาพย์ดีๆนี่เอง

ทุกอย่างที่มึงเล่ามากูก็รู้หมดแระอ่ะ
ป.ล. อิจฉาน้ำตาลหว่ะ ได้ออกไปเจอโลกภายนอก แต่มึงต้องระวังนะเว้ย เด๋วแม่งจะเหมือน"กว่าจะรู้เดียงสา" ไปเอากับหมาบ้านอื่นแล้วยุ่งและนะ

ป.ล.2 ไอ่อาการกระเเดะที่มึงกล่าวถึงเกี่ยวกับ นั่งแดกข้าวแล้วอ่านหนังสือหน่ะ ..ถ้าเป็นกูนะ แล้วเจอหนังสือดีดีสักเล่มนะ กูนั่งแดกข้าวได้แบบ2-3ชั่วโมงอ่ะค่ะ

โคตรจะชอบเลย นั่งแดกข้าว อ่านหนังสือ แล้วถ้าร้านไหนแม่งเปิดเพลงนะ กูก็จะแยกประสาทไปรับรู้ทั้งสองอย่าง
เด๋วฟัง เด๋วอ่าน เด๋วแดก

ป.ล.3 แต่เวลาแบบนั้น ถูกความรักดีพรากไปเกือบจะหมดเลย
กูใกล้สอบแล้ว อ่านหนังสือไม่ทันอ่ะ

ป.ล.4 ช่วยตื่นเต้นกะกูด้วยเหอะที่มีคำว่า"อ่านหนังสือไม่ทัน"ออกมาจากกูเนี้ย

ป.ล.5 รักมึงหว่ะ

#8 By blessing on 2006-12-07 21:36

You ask me about Brother Martin.
He's อธิการบดี กิตติคุณ.
It's not his name na, but it's his "ตำแหน่ง".

#9 By blessing on 2006-12-07 22:53

โอ้ว
จบ!!

- เรื่องนี้ยาวพอๆกับบุญชู
- นมมนต์ไม่ืำทำห้องน้ำใหญ่เพราะกลัวว่า คนที่ไม่ใช่ลูกค้าจะมาใช้บริการ (เจ็ดสิบแปดจุดเก้าเปอร์เซ็นเป็นลูกค้า แต่ที่เหลือเป็นพวกหน้ามึน .. )
- ไฟแถวราชดำเนินมันก็สวยทั้งปีอ่ะล่ะ ไปทีไร สว่างไสว จนอยากรู้ว่าใครจ่ายค่าไฟ
- ปีนี้กูอดจุดเทียนถวายในหลวง เพราะไอ้สันดาน (เอ้ย สุภาพๆ) ไอ้นรกทีวีพูลไม่ยอมถ่ายทอดสด เหี้ยยเอ้ยย คนไทยเค้ารอกันทั้งโลก พูดละหงุดหงิดด
- ฝากแฮปแป้งโ้ด้ย

- มึงชอบไมร่อน กูชอบวินอ๊ะ >< หล่อ (ในความคิดกู) มากๆๆ
- น้ำตาลผอมไปนะ? นี่มึงจับหมาลดน้ำหนักเป่าเนี่ยย
- เห็นรูปต้นไม้ เขาๆ แล้วอยากไปคอนเสิร์ตพี่บอย T-T ฮืออ วินเทอร์เฟสติวอลล
* พี่เบนจะมาร้องคอนเสิร์ตที่มอ วันที่สิบสี่นี้น่ะเคอะ แจ้งข่าวไว้เฉยๆ

- บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค ที่กูเผลอดูภาคหนึ่งไปแล้ว ทำให้ต้องดูภาคนี้ต่ออย่างช่วยไม่ได้ (มันจะออกจากโรงไปก่อนไหมเนี่ย)
- แนะนำ เก๋า เก๋า ค่ะพี่น้อง
ไปดูซะนะคะ รับรอง มันไม่ใช่หนังไร้สาระอย่างทีุ่คุณคิด
- เตรียมตัวเจอแฮรี่ภาคใหม่ กรกฏาคมปีหน้า อ่านถูกแล้ว เดือนเจ็ดปีหน้า ในโรงภาพยนต์ไกล้บ้านคุณ โฮ่ะๆๆ

- ปีนี้กูสอบวันคริสมาตว่ะ T-T
อยากอยู่ที่เดิม คิดถึงคริสมาสอีฟในเซนต์จอห์นมากมาย ..
มีบาปมากมายจะสารภาพ ฮืออ

- ขอบคุณที่คุยกันเมื่อวันก่อน ..

* คิดถึงมึงนะเว่ย

#10 By Abstract Life (61.47.67.241) on 2006-12-08 23:12

เชื่อกู รวมเล่มเอาไปขาย กูซื้อเพาะ กูชอบ

#11 By อ่าย (58.8.7.88) on 2007-01-06 22:09